Phuket, Restaurant, Seafood

ซีฟู้ดเผาด้วยกาบมะพร้าว เสน่ห์ซีฟู้ดภูเก็ตที่กำลังจะเจือจาง

ความชุ่มและความหอมของเมนูซีฟู้ดเผาด้วยกาบมะพร้าว เมนูที่กำลังจะหายไปจากอาหารภูเก็ต เหลือเพียงที่ร้านซีฟู้ดในอ่าวฉลอง

หากนึกถึงการท่องเที่ยวภูเก็ตแล้ว เมนูซีฟู้ดเด็ดๆและร้านอาหารซีฟู้ดริมทะเล บรรยากาศดีคงจะเป็นตัวเลือกแรกๆของนักเดินทาง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักถึงเมนูซีฟู้ดภูเก็ตที่เป็นตำนานกว่า 48 ปี นั้นคือ “ปลามงเผากาบมะพร้าว” เมนูซีฟู้ดภูเก็ตที่เจือจางจนกำลังจะหายไปจากภูเก็ตเพราะความเร่งรีบของคนในปัจจุบันและเพราะความยุ่งยากของขั้นตอนการทำ

วิถีการเผาซีฟู้ดที่เปลี่ยนไป

เมนูซีฟู้ดที่เป็นจำพวกปลาเผา ใช้เวลาในการปรุงค่อนข้างนาน จึงมักจะถูกเร่งโดยการใช้ถ่านแต่จริงๆแล้ว เมนูปลาที่ใช้ถ่านในการเผานั้นเสียเอกลักษณ์ของปลาเผาไปอย่างน่าเสียดาย ปลาที่ถูกควันไฟของเตาถ่าน ต่อให้มีความสดแค่ไหน ความหวานก็จะละลายหายไปกับความร้อนที่สูงเกินไป ความหอมที่ควรจะมาจากเนื้อปลาและใบตองกลับกลายเป็นกลิ่นควันไฟ

แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของคนทำอาหาร แต่คงจะเป็นด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันที่คนมีเวลาน้อยลงไม่สามารถให้ความสำคัญกับอาหารได้มากเช่นเคย และร้านอาหารต่างๆโดยเฉพาะร้านอาหารในภูเก็ตที่จะต้องรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น จนทำให้ร้านอาหารเหล่านี้ไม่สามารถให้ความใส่ใจกับอาหารได้อีกแล้ว คงจะเหลือเพียงแต่ร้านในตำนาน ตั้งอยู่ที่อ่าวฉลองภูเก็ต ตัวร้านมีประวัติยาวนานกว่า 48 ปี คนทำอาหารที่นั้นก็มีอายุและประสบการณ์มากพอๆกับร้าน

มือเผาซีฟู้ดอันดับหนึ่งของร้าน

บังบ่าว มือเผาเมนูซีฟู้ดของร้านอาหารกันเองแอทเพียร์ ที่ไม่ว่าเมนูจะยุ่งยากมากแค่ไหน, ลูกค้าจะเยอะมากแค่ไหนหรือร้านจะเปิดมาแล้วนานแค่ไหน บังบ่าวจะต้องจัดการให้ “ปลามงเผากาบมะพร้าว” เมนูคู่กับร้านกันเองมาตั้งแต่เปิดร้าน มีความอร่อยอย่างลงตัวจนลืมไม่ลง

บังบ่าวกล่าวเสมอว่าปลาที่เผาด้วยกาบมะพร้าวต่อให้คนที่ไม่เคยลองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ปลาเผาธรรมดา คนที่ได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกต่างพูดในเสียงเดียวกันว่าความหวานและความชุ่มนี้เค้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยจากเมนูซีฟู้ดของร้านอาหารในภูเก็ต บังบ่าวนำกาบมะพร้าวมาจากสวนมะพร้าวออร์แกนิคของที่ร้าน มาเก็บไว้กว่า 1 สัปดาห์จนแห้งสนิท หากฝนตกก็จะนานกว่านั้น หากกาบมะพร้าวแห้งไม่สนิทจะไม่สามารถนำมาเผาได้ และจะต้องใช้กาบมะพร้าวจากมะพร้าวที่แก่จัด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะนำมาคั้นน้ำกะทิ จึงจะเหมาะกับการนำส่วนกาบมาเผาซีฟู้ด และเรามีความรู้จากป้าอีกด้วยว่า สูตรขนมเปียกปูนดั้งเดิมที่เป็นสีดำนั้น ได้สีดำมาจากการกาบมะพร้าวเผา!

บังบ่าวยังกล่าวอีกว่า อุณหภูมินั้นจะต้องพอเหมาะและการเผาปลาด้วยกาบมะพร้าวจะค่อนข้างใช้เวลา จึงไม่ค่อยมีร้านอาหารอื่นๆในภูเก็ตที่ใช้กาบมะพร้าวในการเผาเมนูซีฟู้ดอีกแล้ว

ความพิเศษของการใช้กาบมะพร้าวแทนถ่าน คือกาบมะพร้าวนั้นปล่อยความร้อนและควันออกมาน้อยกว่าถ่านมาก ดังนั้นการเผาปลามงด้วยกาบมะพร้าวจะใช้เวลาเกือบ 1 ชม. เทียบกับการเผาปลามงด้วยถ่านซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาที

ความร้อนที่ค่อยๆออกมาจากกาบมะพร้าว จะค่อยๆทำให้เนื้อปลามงสุกจากด้านนอกเข้าไปด้านใน และสุกอย่างสม่ำเสมอทั่วตัวปลา คงความชุ่มของเนื้อปลามงเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ความหวานธรรมชาติของเนื้อปลามงถูกเก็บเอาไว้ในเนื้อปลา สะท้อนออกมาทุกๆคำที่นักเดินทางตักเนื้อปลามงเผาของร้านกันเองเข้าปาก

อีกทั้งการเผาซีฟู้ดด้วยกาบมะพร้าวให้ควันน้อยกว่าการเผาด้วยถ่าน ทำให้เนื้อปลาไม่ถูกกลบด้วยกลิ่นควันไฟ แถมยังมีกลิ่นของมะพร้าวอ่อนๆฝังลึกลงในเนื้อปลา ซึ่งกลิ่นนี้ก็เป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของร้านกันเอง ที่เมื่อนักเดินทางก้าวเข้ามาในร้านกันเองที่อ่าวฉลองเป็นก้าวแรก จะได้กลิ่นกาบมะพร้าวเผาอบอวนจากเตาเผาที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าของร้าน

หากนักเดินทางสั่งปลามงเผาที่ร้านกันเอง ปลามงเผา เนื้อชุ่ม หอมกลิ่นกาบมะพร้าว จะมาพร้อมกับน้ำจิ้มมะขามเคี้ยวผสมด้วยพริกแดงสด รสชาติที่ถูกส่งต่อมานานถึง 48 ปี เมนูที่กำลังจะเจือจางจากภูเก็ต แต่สั่งได้ทุกวันที่ร้านกันเองแอทเพียร์